Amulet Protection for you.


>พระพุทธเจ้าท่านฉันท์ มังสวิรัติ ท่านไม่ฉันท์ เนื้อสัตว์ แต่ท่านก็มิได้ห้ามฉันท์เนื้อสัตว์ เพราะอะไร
ธรรมนั้นเมื่อฝึกแล้วสิ่งวิเศษจะรู้ได้เฉพาะตน ใครเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคต ทำไมพระพุทธเจ้า
จึงไม่ฉันท์เนื้อสัตว์ แต่ก็ทรงมิได้ห้าม ไม่ให้ฉันท์ เนื้อสัตว์ เพราะพระพุทธเจ้าท่านเดินสายกลาง
ท่านรู้ว่ามนุษย์นั้น มีความเห็นแก่ตัว หาทางแก้ตัว เพื่อความสุขของตัวเอง มนุษย์นั้นจึงมีทั้งคนดีและคนเลว ปนกันไป บางครั้งท่านเคยเปรียบมนุษย์นั้นเป็นดั่งบัว4เหล่า บางจำพวกนั้นมิอาจจะสอนได้เลยต้องปล่อยไปตามกรรม
1. พระพุทธเจ้า ให้ดำรงศีล5 ข้อที่1 ควรเว้นเสียจากฆ่าสัตว์ เท่านี้ท่านที่มีปัญญาน่าจะรู้ว่า พระพุทธเจ้าท่าน ท่านห้ามฆ่าสัตว์แต่ท่านใช้คำว่าควรเว้น เมื่อไม่ฆ่าสัตว์ แล้วจะเอาเนื้อสัตว์มาจากไหนกันแต่ที่ท่านมิได้ห้ามปรามครั้งพระเทวทัต จะบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะตัวมนุษย์นั้นมันมีสี่เหล่า มีทั้งที่สอนได้และสอนไม่ได้ ท่านให้คิดเอาเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องมีปัญหามาถกเถียงทะเลาะกันในภายหน้า ท่านนั้นมิห้ามคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ห้ามก็มีปัญหา ไม่ห้ามก็มีปัญหา ให้คิดเอาเอง ถึงสิ่งที่ถูกต้องที่สุด สังเกตุ
เรื่องอื่นๆพระเทวทัต ขออะไร พระพระพุทธเจ้า ไม่ห้าม หรือห้ามสักอย่าง ท่านให้ความอิสระกับทุกคน คิดเอาเองท่านใช้คำว่า ควรเว้น เสียจากสิ่งนั้นสิ่งนี้ ควรเว้นเสียจากการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น เท่านี้ท่านที่มีปัญญาควรรู้ได้ด้วยตนเอง จะให้พระองค์ มาบอกว่าสิ่งนั้นห้าม สิ่งนี้ไม่ห้าม นั้นไม่ได้ เพราะคนมีหลายจำพวก มีมิจฉาทิฐิ และไม่มี ท่านให้คิดเอาเอง ท่านเพียงแต่แนะสิ่งที่ควรเป็นให้เท่านั้น ท่านอยากเป็นบัวเหล่าใดหรือถึงคิดเองไม่ได้จึงต้องให้พระองค์ประกาศเป็นกฎหรือ พระองค์ไม่ทำ เพราะจะเป็นการ
สร้างกำแพงแบ่งแยกแล้วมาทะเลาะกันซะเปล่าๆ พระองค์ทรงฉลาดและทำถูกต้องแล้ว ปล่อยให้คิดเอาเองไม่ดีกว่าหรือ มีคนใส่บาตรเอาเนื้อสัตว์มาใส่มาให้พระองค์ พระองค์ก็ทรงรับมิได้ว่ากล่าวสิ่งใด พระองค์ทรงใช้ปัญญาในการฉันท์ โดยไม่เบียดเบียนเนื้อสัตว์ทรงฉันท์ในส่วนดีบริจาคในส่วนเลว ช่วงหลังๆก็จะรู้กันเองว่าพระองค์ไม่ฉันท์เนื้อสัตว์ ซึ่งพระองค์มิได้บอกว่าฉันท์หรือไม่ฉันท์เนื้อสัตว์ให้ดูกันเอาเอง ซึ่งพระองค์ก็พร่ำสอน ควรเว้นนะ เสียจากการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นซะ ทำไมไม่ใช้ปัญญาคิดเอาเอง จะต้องให้พระพุทธเจ้าบอกทุกเรื่องหรือ ตาบัวสี่เหล่า ลองคิดดูหากพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่าให้กินเนื้อสัตว์ได้ แสดงว่า พระพุทธเจ้านั้นโกหกเรานะซิเพราะศีลข้อ1
พระองค์เป็นคนบอกเองว่า ให้ควรเว้นเสีย จากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต แล้วพระองค์จะมาบอกให้กินได้นั้นแม้จะเห็นหรือไม่เห็นการฆ่าลองถามใจตัวเองดูก่อนว่าขั้นตอนนั้นก่อนมาเป็นอาหารนั้นเป็นมายังไง จะมาบอกว่าเราไม่รู้เรากินได้ มันจะมายังไงเราไม่สน เรากินได้เราไม่รู้มันมาอย่างไรอาหารนี้ ถามใจตัวเองดูดังๆว่ามันเป็นไปได้หรือที่เราไม่รู้หรือเราแกล้งไม่รู้ซะมากกว่า หาทางแก้ตัวเพื่อจะกินเค้าซะมากกว่า บางคนบอกว่าเอาทุกอย่างรวมกัน แล้วไม่รู้อะไรเป็นอะไร เป็นไปได้หรือ ซักวันมีคนเอาของน่าเกลียดใส่
รวมคนไปให้เรากิน ทั้งที่เรารู้จะบอกว่าไม่รู้กินได้เราจะกินได้ไหม หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งชวนอ๊วก อาหารชั้นดีใส่รวมไปใครก็กินได้ไม่เห็นแปลกเลย ลองหยิบของชวนอ๊วกใส่รวมไปด้วยซิจะกินได้ไหม เราแยกออกนี่ว่าอะไรเป็นอะไรใช้ปัญญาคิดดู อย่าเอาแต่พึ่งพระพุทธเจ้า ว่าอันนี้พระพุทธเจ้าบอกว่าใช้ได้จึงทำอันนี้ใช้ไม่ได้จึงไม่ทำบางอย่างคิดเอาเองบ้างลองคิดถึงชีวิตเราซิเรารักชีวิตหรือเปล่าเรากลัวไหมหากมีคนถืออาวุธจะมาทำร้ายฆ่าเราเราจะกลัวไหม หรือคิดว่าชีวิตคนอื่นนั้นมีค่าน้อยกว่าเราเรามีค่ามากกว่าเรา
กินได้ไม่ผิด อะไร เรากลัวว่าถ้าเราไม่กินเราจะขาดสารอาหาร วัวควายช้างม้าตัวเบ่อเริ่มมันกินอะไรกันคิดถึงแต่จะเอาชีวิตคนอื่น มาเติมเป็นสารอาหารให้กับเรา แล้วชีวิตเราหล่ะ เราอยากเป็นสารอาหารให้กับชีวิตคนอื่นหรือเปล่าใช้ปัญญาคิดเอาเองบ้างซิครับ ทุกคนมีหมดแหละ พระองค์ทรงแนะแนวทางให้เรา ใช้ปัญญา ไม่สร้างกำแพงใดๆไม่มาแบ่งแยก คนกินได้ คนกินไม่ได้ คนไหนคิดได้ก็ไม่ต้องกิน คนไหนคิดไม่ได้ก็กินไป พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก ให้คิดเอาเอง ใช้ปัญญาเอาเอง ท่านฉลาด
และทำถูกแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังมีคนมาเถียงกันเรื่องนี้ไม่จบซักที คนที่เถียงกันทั้งสองฝ่ายนั่น ใช้ปัญญาหรือยัง เป็นบัวเหล่าใดหรือ พระพุทธเจ้าไม่เถียงทั้งสองฝ่าย ให้คิดเอาเอง คำว่า ควรเว้นเสียจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต คำนี้จะเว้นก็ได้ไม่เว้นก็ได้แล้วแต่ท่านจะหาคำใดมาลบล้างกันท่านให้ใช้ปัญญาคิดเอาเอง คิดเอาเอง สิ่งไหนดีหรือสิ่งไหนไม่ดีคนเราต้องคิดเป็น คนที่คิดไม่เป็น มีอยู่บัวเดียว ขนาดพุทธเจ้ายังกล่าวว่า ให้เป็นไปตามกรรมเถิด คนพวกนี้สอนไม่ได้ดอก คนไหนไม่กินเนื้อสัตว์ ผมขออนุโมทนาสาธุด้วย
คนไหนกินเนื้อสัตว์ก็กินไปเถิด ผมมิได้ว่าอะไร ก็ขอให้มีความสุขเช่นกัน เราต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างคิดปัญญาใครปัญญามัน ดังพระท่านว่า นานาจิตตัง ครับผม ทำดีใจ
เป็นสุขแค่นั้นพอ!!!

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: