Amulet Protection for you.


>หนึ่งในการปฏิบัติสมาธิ ซึ่งก็มีหลายแบบที่ทำ เช่น ท่องพุทโธ หยุบหนอ พองหนอ หลากหลายครับหนึ่งในการนั่งสมาธิอีกแบบ เราจะระลึกว่าเราจะไม่นั่งเพื่ออวดใคร เราจะไม่นั่งเพื่อความเท่ห์สะดุดตาแล้วเริ่มนั่งสมาธิ ตอนนี้ก็เริ่มตัดกังวลต่างๆออกไป อย่าไปคิดให้ปวดหัวในเรื่องต่างๆ
1.น้อมใจขึ้นเหนือหัว กราบพระรัตนไตร 3ครั้ง จะท่องนะโม หรืออะระหังสัมมา ก็ตามแต่ใจ
2.ใช้มือซ้ายหยิกแขนขวา ของตัวเองไปมาให้เจ็บเลยก็ได้ แล้วสังเกตุว่าสิ่งที่เราหยิกเราจับนี้ มันคืออะไรกันแน่พิจารณาดู ตามความเป็นจริง แล้วแต่ใจเราจะคิดจะปลง กันเอาเอง ตรงนี้ก็เพื่อเตือนใจเราจะได้ไม่ยึดติดในร่างนี้ ก่อนทำสมาธิ จะได้เกิดกำลังและนิ่งเร็วขึ้นครับ เพราะจิตมันเริ่มรู้ว่าไม่ใช่ของมัน
3.นั่งให้เหมาะ ในท่าสมาธิก็ดีถ้าไม่เกิดทุกข์หรือในท่าที่คิดว่าจะสบายที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปนานๆจะได้ไม่ทุกข์ จะนั่งเก้าอี้ก็ได้ เหยียดขาก็ได้ นอนก็ยังได้ เพราะทุกอย่างจะสำเร็จได้ที่ใจ เท่านั้น ไม่ใช่ที่อื่นเลย แต่ถ้าอยู่ในส่วนรวม ก็ทำตามเขาหน่อยครับเดี๋ยวจะเป็นแกะดำ สมาธินี้ถ้าใจไม่สบาย มันสำเร็จยากมาก เพราะมัว แต่จะไปกังวลหาความทุกข์กันอยู่เรื่อยๆเลยข้ามไม่พ้นกันซักที มันโอ๊ยๆอยู่เรื่อยๆ
4.ลืมตาดูก่อน เริ่มทำจิตให้นิ่งๆ ค่อยๆปล่อยลมหายใจช้าๆออกไปเรื่อยๆ จนหมดก๊อก
5.หลับตาแล้วค่อยๆดึงลมหายใจช้าๆเข้ามาเรื่อยๆ จนเต็มปอด แล้วกลั้นลมหายใจไว้ก่อน ให้จิตทั้งหมด มารวมกันที่ระหว่างคิ้ว ทั้งสองก่อน กลั้นหายใจจนกลั้นไม่ไหวแล้ว ค่อยๆปล่อยลมออกมา โดยที่สมาธิจิตยังรวมกัน เป็นกระจุกที่ระหว่างคิ้วอยู่อย่างนั้น ถ้าใครมีแรง มีความพยายามอยู่ ก็ทำอย่างนี้ช้าๆ ซ้ำสัก3หนก่อน จิตจะนิ่งมากๆ ก่อนที่จะปล่อยลมให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ตามจังหวะของลมหายใจปกติโดยสมาธิจิตยังอยู่ที่ระหว่างคิ้วทั้งสองไม่ไปไหน ในที่สุดเราก็หายใจเข้าออกปกติ ซักพักจิตจะรู้สึกเบาๆ ผ่อนคลายขึ้นมากแล้ว จะรู้สึกว่าเรานิ่งไม่คิดอะไรแล้ว ในที่สุดสมาธิจิตที่อยู่ ระหว่างคิ้ว เราก็ไม่ต้องไปเพ่งมันอีก หรือกำหนด ให้มันอยู่ตรงนั้น อีกต่อไป ปล่อยมันไปเลย ตอนเราปล่อยจิตระหว่างคิ้วออกไป เราจะรู้สึกจิตมัน แผ่ซ่านกระจายออกไปทันทีครับ กว้างครับแต่ไม่มากเท่าใดนัก รู้สึกเหมือนไปติกำแพงอยู่ เหมือนจิตมันอยู่รอบๆตัวของเราครับ เหมือนมันมองเราอยู่ครับ ในบางครั้ง แต่ก็อย่าไปติดไปคิดถึงมัน รู้ไว้อย่างนั้นเอง ไม่ต้องไปสำรวจมันปล่อยมันทำหน้าที่ของมันไป เมื่อจิตว่างสงบนิ่งแล้วเต็มกำลัง เหมือนทุกสิ่ง ทุกอย่างในโลกนี้มันมารวมอยู่กันที่เรา แล้วเกิดการแผ่ซ่านออกไป กว้างแต่ไม่กว้างนัก ยังเหมือนไปติดกำแพงอยู่ ซึ่งกำแพงนั้นก็สุดลูกหูลูกตาแหละ มองไม่เห็นหรอก แต่รู้สึกได้ว่ามีการจำกัดขอบเขตอยู่ เมื่อสงบนิ่งอยู่อย่างนั้นดีแล้ว จงค่อยๆลืมตาขึ้น โดยที่สมาธิไม่ว่อกแว่ก เหมือนตอนเราหลับตาทุกอย่าง แต่ว่าเราค่อยๆลืมตาซึ่งอยู่ภายใต้สมาธิ ที่มั่นคง มองเห็นสิ่งที่มีมันก็เหมือนไม่มี มันทะลุทะลวงไปเรื่อยๆ ไกลออกไป ๆ ตอนนี้จะรู้สึกกว้างมากมาย จนหากำแพงไม่เจอ มันกว้างไปเรื่อยๆ พอสมาธิจะเริ่ม ว่อกแว่ก ก็เริ่มใหม่ ในข้อที่4ใหม่ วนเวียนอย่างนี้ จิต มันก็ไม่ไปไหน มันเชื่อเรา แรกๆยากซักหน่อย พอนานๆเข้า มันจะเป็นไปโดย อัตโนมัติ ถ้าหากเพลิดเพลิน ก็อย่าไปติดมันซะล่ะ เดี๋ยวจะหลงไป ให้กำหนดรู้ทุกอย่างที่เป็นไป ด้วยเหตุและผล ตรงนี้ผมก็ไม่ได้จะสอนใครครับ หรือจะมาบอกว่ามันถูกต้อง แต่ทำแล้ว จิตใจมันเข็มแข็ง มีกำลัง ก็แล้วแต่จริตคนครับ เพียงแต่แสดงความเป็นไปของตัวเอง ก็เท่านั้นครับ สิ่งไหนดี ก็เอาไปลองดู สิ่งไหนที่คิดว่าไม่ใช่ก็ปล่อยครับอย่าไปสนใจมัน

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: