Amulet Protection for you.


>ทางสายกลางในพระอรหันต์
พระพุทธเจ้าสอนให้เดินทางสายกลางเมื่อเริ่มต้นเมื่อยังไม่สำเร็จก็ต้องเดินทางสายกลางต่อไป แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทางคือหลุดพ้นเสียแล้ว แม้แต่ทางสายกลางก็ไม่ยึดไม่มีในเราแต่ยังคงปฏิบัติอยู่โดยอัตโนมัติของมันเองโดยมิได้นึกถึง เปรียบเทียบหากเราจบปริญญาเอกแล้วจะมาเดินสายกลางปริญญาตรีอยู่ทำไมเดินตรงไหนก็ได้หากยังเดินตรงเส้นสายกลางถนนอยู่ ซักวันรถก็ต้องชนเอา หากเราหลุดพ้นแล้วจะมายึดทางสายกลางอีกหรือ มันไม่มีทางสายไหนในเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะสายตรงกลาง หรือซ้ายขวาหน้าหลังทั้งนั้น มันไม่มีในเราแต่มีของมันเองอันนั้นไม่เกี่ยวกับเรา จิตมันพ้นแล้วจะมีได้อย่างไรเล่า แม้แต่ที่เรียกว่าจิตมันยังไม่มีเลยในพระอรหันต์ เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว จิตมันหลุดพ้นแล้วจะมีจิต หาจิตได้ตรงไหนเล่า เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วมันก็ปล่อยสายกลางมันไม่มีไม่ยึดในเรา แต่มันก็เหมือนมีเหมือนยึดโดยอัตโนมัติของสายกลางเอง พูดง่ายๆครั้งแรก เราเดินตามสายกลางไม่ตึงไม่หย่อน แต่พอสำเร็จแล้ว สายกลางมันมาเดินตามเราเองเราไม่ต้องไปเดินตามมันอีกต่อไปแล้ว มันต่างหาก มาเดินตามเราต้อยๆ ไม่ง้อด้วยแต่ก็เดินตามอยู่นั่นแหละ พูดยากเนอะ พระอรหันต์ก่อนจะสำเร็จนั้นมีสายกลางเป็นสะพานก็จริงแต่เมื่อพ้นสะพานนั้นแล้วถึงจุดมุ่งหมายแล้ว จะเดินย้อนกลับไม่หาสะพานอีกหรือผมไม่ได้บอกว่าไม่มีสายกลางผมเพียงแต่บอกว่าเมื่อเราข้ามสะพานคือสายกลางมาแล้วเราจะสร้างสะพานสายกลางต่อไปอีกเรื่อยๆหรือเราจะเดินย้อนกลับสะพานสายกลางไปอีกหรือหลังจากเราข้ามสะพานสายกลางมาแล้ว เราจะหันกลับหลังไปมองสายกลางอีกหรือเราต้องมองไปข้างหน้าก็ในเมื่อจิตหลุดพ้นแล้วจะมีสายไหนให้ยึดเราไม่ยึดสายไหนทั้งสิ้น มันอิสระจะไปตรงไหนก็ได้ รอบตัว มันโล่ง หากจะยังยึดสายกลางอยู่ยังไม่ทิ้งสายกลางซึ่งเป็นที่เราได้รู้และได้ข้ามมาแล้ว ถือว่ายังยึดมั่นถือมั่นอยู่ก็คือยึดสายกลางท่าเดียวไม่ปล่อย หากหลุดพ้นแล้วทางสายกลางมันก็ยังคงอยู่มันไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ไปยึดว่านี่คือทางสายกลางเราไม่ตามมันแล้วแต่มันนั่นแหละต้องตามเราแจเลยก็เท่านั้นไงเล่าสายกลาง เหมือนพระท่านหนึ่งกล่าวว่า เมื่อก่อนเรารักษาศีล แต่เดี๋ยวนี้ศีล ต้องมารักษาเรา เราไม่ต้องไปรักษามัน ก็คล้ายๆกันกับสายกลางเมื่อก่อนเราเดินตามสายกลาง แต่เดี๋ยวนี้สายกลางเดินตามเรา เราไม่ต้องเดินตามมันแล้ว คล้ายๆกันเลยกับศีล ที่มารักษาเรา เพราะว่าเราหลุดพ้นแล้ว แต่นี่พูดถึงอรหันต์เท่านั้นน่ะคนธรรมดาอย่างเราๆต้องรักษาศีลต่อไป เพราะยังมีกิเลศหนาอยู่ มีกิเลศอยู่ก็ต้องรักษาศีลต่อไปเรื่อยๆ
………………………………………………
สมมุติเราต้องการจะเรียนให้จบปริญญาตรีแขนงด้าน”สาขาทางสายกลาง” ในที่สุดเราก็จบปริญญาตรีด้านสาขาทางสายกลางตามปรารถนาแล้วจริงๆ แล้วเราก็มาเรียนต่อปริญญาโทด้านอื่นๆอีกสาขาอื่นหรือเรียนจนจบปริญญาเอกไปเลย โดยไม่เกี่ยวกับสาขาทางสายกลางแล้ว ถามว่า เราเรียนจบแล้วจะไม่รู้เรื่องทางสายกลางที่เรียนจบมาแล้วหรือก็ในเมื่อเราจบมาแล้วเรารู้แต่มันพ้นมาแล้วปฏิบัติได้แล้ว แต่ไม่เอามันมาเกี่ยวข้องแต่ก็ทำได้อยู่รู้อยู่ เพราะมันเป็นเรื่องของคนจบปริญญาตรี ไม่เกี่ยวกับปริญญาโทหรือเอก ทางสายกลางนั้นเป็นเส้นทางสู่มรรคผล แต่เมื่อถึงซึ่งมรรคผลนิพพานแล้วทางสายกลางก็ยังคงอย่างนั้นอยู่แต่ไม่ยึดเอามาเป็นอารมณ์ก็เท่านั้นเอง ไม่ได้บอกว่าไม่มี แค่รู้แล้วถึงแล้ว เลยปล่อยแล้วไม่ยึดแม้คำว่าทางสายกลาง แต่ก็ยังปฏิบัติอยู่รู้อยู่และก็รู้หากสิ่งที่ทำไม่ใช่ทางสายกลาง เพียงแต่ว่าไม่ยึด แต่รู้ว่ามันเป็นยังไง ไอ้ทางสายกลางก็เท่านั้น
………………………………………………..
ทางสายกลางมันมีของมันอยู่อย่างนั้น เมื่อเราปฏิบัติตามดีแล้วมันจึงไม่มีในตัวเรา แต่ยังคงรู้ แต่ไม่ยึดจึงไม่มีในตัวเรา หากยังมีในตัวเรา ก็ตัวก็ของกู มันก็ยังคงอยู่ เวลาจะตายสายกลางก็เอาไปไม่ได้รู้และปฏิบัติตามอยู่รู้อยู่ แต่มิได้เอามายึด จนวันตาย ก็เท่านั้น ทางสายกลางนั้นมีไม่ใช่บอกว่าไม่มี แต่พอสมเร็จหรือพ้นมาแล้วมันจึงได้ไม่มีแต่ก็เดินอยู่โดยอัติโนมัติของมันเองโดยไม่ยึดติดเท่านั้นเอง
ทางสายกลาง…

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: