Amulet Protection for you.

>แก่นแท้ศาสนา


>พระพุทธเจ้า ไม่เคย วิจารณ์ใคร ไม่เคยร้าย กับใคร ให้มัวหมอง หากใครถาม คนนี้ ดีหรือไม่ ให้ตรึกตรองสอนทำนอง หาแก่น ไม่ข่มใคร ไม่วิจารณ์ บุคคล แม้แต่สัตว์ เพราะวิจารณ์ มันชัด หาจุดเสีย มันไม่ดี เรื่องของเขา ตามไปเลีย หาจุดเสีย ของเขา ไม่น่ามอง สอนเรื่องศีล สมาธิ และปัญญา มันมีค่า มากมาย พิ้นฐานหนอ คนมีศีล อย่าหลงศีล จะติดตอ สมาธิหนอ ก่อแล้ว อย่ามัวเมา ได้ปัญญา ก็อย่าข่ม ใจผู้อื่น อย่าได้ชื่น ใจว่า ปัญญากว้าง ว่าข้ารู้ ทั้งสิ้น หมดทุกทาง เที่ยวถากถาง ประณาม น้ำใจคน
จะหาแก่น ของแท้ ได้ที่ไหน จะบอกให้ มันอยู่ ในใจนี้ อย่าเที่ยวหา ข้างนอก มันไม่มี แก่นดีๆ ต้องลำดับ เป็นขั้นตอนนั่งสมาธิ เข้าฌาณ ไปเรื่อยๆ จิตเอื่อยๆ อย่ารีบร้อน ท่องบ่นหา 123ถึง4ก็มีมา พอถึงห้ากำหนดอรูปฌาณ…เห็นอากาศ ไม่มีที่สิ้นสุด อย่าสะดุด ถึงวิญญาณ ไม่สิ้นหนอ วิญญาณนี้ ไม่มีที่ สิ้นสุดพอ ไม่รู้หนอ ว่าจะสิ้น ลงที่ใด พอซักพัก ปลดปล่อย ให้ว่างหมด ไม่กำหนด จิตนั้น ปล่อยวางหนอ ช่างว่างจริง หมดจด แค่นั้นพอ ซักพักหนอ ดับสัญญา ความจำมี เข้านิโรธ สมาบัติ คือคลายทุกข์ ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสุข ไม่จ้องหมาย ดับความจำ และสัญญา ในตัวกาย เวทนาหาย ไม่ทุกข์ ไม่สุขเลย มันหลุดพ้น ใจและกาย เป็นแก่นแท้ กิเลศแน่ มันแพ้ ไม่สืบสาน ไม่กำเริบขึ้นมา ให้ร้าวราน นิ่งสราญ อยู่ก้นบึ้ง แห่งหัวใจ ไม่มีกาลเวลา ภายในจิต ไม่ยึดติดสิ่งใด ไม่ห่วงหา เป็นเหตุสุข แห่งพุทธศาสดา พระพุทธเจ้าหนา กล่าวว่า เยี่ยมจริงๆ
……………………………………………
วิจารณ์ คือ การตำหนิหรือติชม ในผลงาน หรือในตัวบุคคล ส่วนมากในคำนี้ จะใช้ไปในทางตำหนิเสียมากกว่า เป็นการตำหนิ อย่างตรงไปตรงมา ที่บางคนอาจจะเรียกว่าวิพากษ์วิจารณ์ คือออกความเห็นไปในทางลบว่ามีข้อ บกพร่องตรงไหนบ้าง ตรงนี้ผมพูดถึงการ หลุดพ้น จากกิเลศนะครับ การที่เข้าสมาบัติได้นั้น มันจะต้องสิ้นแล้วจาก อาสวะทั้งหลาย หากยังมีกิเลศ กังวลอยู่ ไม่มีทาง ที่จะเข้านิโรธได้เลย นิโรธ คือการ ดับซึ่ง ทุกข์ และสุข ตรงนี้ ไม่ไช่สมาธิหัวตอ เพราะจะเกิดปัญญา รู้เอง แต่ไม่ยึดติด เกิดการว่าง แต่มีปัญญารู้เอง การหลุดพ้นตรงนี้พระพุทธเจ้า บอกว่าเยี่ยม ส่วนกิเลศ นั้นมันมีอยู่ก็จริง แต่มันไม่กำเริบ หรือลุกขึ้นมาสู้กับเราอีก ในนิโรธ แม้อรหันต์นั้น ก็ยังมีกิเลศอยู่ แต่มันไม่กำเริบ อีกต่อไปแล้วเท่านั้นเอง ส่วนปุถุชน หากกลับมาใช้ ชีวิต ถึงแม้จะมีกิเลศมากระทบ แต่ก็จะรู้ตัว พอกำหนดไป มันก็หมดไปเอง แต่หากวันใด มันหมด สิ้นอาสวะ แล้วจริงๆ โดยไม่กำเริบเลย วันนั้น คงจะอยู่ในเพศฆราวาส ไม่ได้ครับ เพราะว่า มัน ดับ ดับ ดับ จิตใจทนไม่ไหวครับ ที่จะไปรับรู้ เรื่องราว ต่างๆ อยู่กับผู้คนเพื่อนร่วมงาน ลำบากครับ เดี๋ยวเค้าจะหาว่าบ้า สุดโต่งครับ นิโรธ นั้นคือผลแห่งการปฏิบัติตามมรรค หนึ่ง ใน อริยสัจ4 ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ นี่คือการดับทุกข์ที่แท้จริง ที่ผมเขียนนั้นมาจากความจริง ผมกลัวว่าท่าน คนอื่นจะหลงทาง จากการที่ท่านคนอื่น ตอบผิดประเด็น ผมจึงจำเป็นต้องอธิบาย เพื่อให้เห็นตามความเป็นจริงแห่ง อริยสัจ4 ที่พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: